ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์แข็งค่า หลังสหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานแข็งแกร่ง

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (2 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากรายงานตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ

0
902

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (2 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากรายงานตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ

ยูโรลดลงสู่ระดับ 1.1392 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1409 ดอลลาร์ เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2964 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3017 ดอลลาร์  ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียลดลงแตะ 0.7192 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7206 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 113.27 เยน จากระดับ 112.70 เยน และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0043 ฟรังก์ จากระดับ 1.0018 ฟรังก์ รวมทั้งปรับตัวขึ้นแตะที่ระดับ 1.3112 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3087 ดอลลาร์แคนาดา
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ตลาดเงินนิวยอร์ก
วานนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาด และตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงพุ่งขึ้นทะลุ 3% ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่สหรัฐเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่

กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนต.ค. โดยเพิ่มขึ้น 250,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 190,000 ตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 3.7% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2512 และสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 5 เซนต์ หรือ 0.2% ในเดือนต.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ย.
เมื่อเทียบรายปี ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 3.1% ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงพุ่งขึ้นทะลุ 3% นับตั้งแต่ที่สหรัฐเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ โดยตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ ข้อมูลการจ้างงานที่ออกมาสดใสนี้ถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญถึงของความเข้มแข็งของเศรษฐกิจสหรัฐ โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่า ข้อมูลดังกล่าวอาจจะสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค. หลังจากที่ขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามมาแล้วในปีนี้เมื่อเดือนก.ย.

โดยการจ้างงานที่ขยายตัวและการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอาจนำไปสู่การแข็งค่าของดอลลาร์ เนื่องจากมุมมองแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีของสหรัฐ ทำให้สกุลเงินดอลลาร์มีมูลค่ามากขึ้นในตลาดโลก

ขณะเดียวกัน วานนี้ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโร เป็นเพราะยูโรอ่อนค่าลงภายหลังมีรายงานว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) กำลังพิจารณาที่จะปล่อยกู้ระยะยาวรอบใหม่ให้กับธนาคารต่างๆ เพื่อสนับสนุนภาคธนาคารยุโรป โดยการจัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำระยะยาว (LTRO) ของ ECB ในครั้งนี้จะเป็นรอบที่สอง หลังจากที่ได้ดำเนินการรอบแรกไปเมื่อปี 2554 ซึ่งเป็นช่วงที่ยุโรปเผชิญวิกฤตหนี้สาธารณะ

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq21/2909212

Facebook Comments