ผู้ประท้วงเกือบ 300,000 ปิดถนนทั่วฝรั่งเศสต้าน “มาครง” ขึ้นภาษีน้ำมัน เสียชีวิต 1

เมื่อวานนี้(17 พ.ย)เกิดการประท้วงใหญ่ทั่วฝรั่งเศส ต้านภาษีน้ำมันของประธานาธิบดี เอ็มมานุแอล มาครง ทำให้เกิดการปิดถนนครั้งใหญ่ กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสชี้มีผู้เข้าร่วมราว 283,000 คน

0
563

เมื่อวานนี้(17 พ.ย)เกิดการประท้วงใหญ่ทั่วฝรั่งเศส ต้านภาษีน้ำมันของประธานาธิบดี เอ็มมานุแอล มาครง ทำให้เกิดการปิดถนนครั้งใหญ่ กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสชี้มีผู้เข้าร่วมราว 283,000 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 227 คน รวมสาหัส 6 ราย เสียชีวิตเป็นหญิง 1 รายจากการถูกรถชน และผู้ประท้วง 73 รายถูกตำรวจฝรั่งเศสควบคุมตัว

รอยเตอร์รายงานเมื่อวานนี้(17 พ.ย)ว่า มีผู้บาดเจ็บหลายสิบคนหลังจากที่บรรดานักขับแดนน้ำหอมพยายามฝ่าการจรจรที่ถูกปิดจากการประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศวันเสาร์(17) ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวรากหญ้าฝรั่งเศสที่เรียกว่า “การประท้วงเสื้อกั๊กเหลืองสะท้อนแสง” เกิดขึ้นทั่วประเทศ พากันปิดการจราจรบนถนนไฮเวย์ ถนนเข้าและออกถนนมอเตอร์เวย์ เส้นทางไปยังสนามบิน ถนนเข้าสู่อุโมงค์ต่างๆเป็นต้น เกิดความวุ่นวายด้านคมนาคมครั้งใหญ่

รอยเตอร์ชี้ว่า การประท้วงที่มีการรวมตัวผ่านทางโซเชียลมีเดียเกิดมาจากความไม่พอใจต่อราคาน้ำมันที่สูงขึ้นตามนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานุแอล มาครง โดยผู้ประท้วงต่างพากันตำหนิมาครงที่บีบให้พวกเขาต้องจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้น สะท้อนถึงเสียงบ่นหนาหูในฝรั่งเศสต่อผู้นำแดนน้ำหอมที่ต่างกล่าวว่า มาครงเท้าไม่ติดดิน เข้าไม่ถึงประชาชนเดินถนนทั่วไปในฝรั่งเศส

Face to face police and protesters 'Yellow Vests' (Gilets Jaunes in french) in the avenue of Champs-Elysees in Paris during a nationwide popular initiated day of protest called by social networks against increase taxes of fuel which has mushroomed into a large protest against stagnant buying power with French President E. Macron - Paris, Novenber 17, 2018 (Photo by Daniel Pier/NurPhoto via Getty Images)

ทั้งนี้ในการประท้วงปิดถนนที่จ.ซาวัว(Savoie)ในแคว้นโอแวร์ญ-โรนาลป์(Auvergne-Rhône-Alpes) ทางใต้ของประเทศ เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อมีนักขับรายหนึ่งเกิดอาการตื่นตระหนกระหว่างที่กลุ่มผู้ประท้วงได้เข้าล้อมรถเธอไว้ จนทำให้นักขับหญิงฝรั่งเศสรายนี้เหยีบบคันเร่ง และทำให้รถพุ่งเข้าชนผู้ประท้วงหญิงเสียชีวิต 1 ราย รับมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส คริสตอฟ กัสตาเนร์ (Christophe Castaner) แถลง

ซึ่งในการประท้วงวันเสาร์(17) พบว่าทางกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสคาดการณ์ว่า มีผู้เข้าร่วมการประท้วงทั่วประเทศเกือบ 283,000 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 227 ราย รวมไปถึงขั้นสาหัส 6 ราย และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝรั่งเศส 1 รายบาดเจ็บสาหัสระหว่างการปฎิบัติหน้าที่ รอยเตอร์ชี้

ก่อนช่วงค่ำพบว่ามีผู้ประท้วง 73 คนถูกจับกุม แต่หลังจากพระอาทิตย์ตกแล้วพบว่ายังคงมีผู้ประท้วงบางส่วนยังคงรวมตัวต่อ

พบว่าตำรวจฝรั่งเศสต้องใช้แก๊สน้ำตาเพื่อเปิดทางเข้าอุโมงค์ลอดใต้ยอดเขามงบล็อง(Mont Blanc) บริเวณเทือกเขาแอลป์ และผลักดันกลุ่มผู้ประท้วงให้ออกห่างจากทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสในกรุงปารีส และบริเวณย่านใจกลางเมืองลียง(Lyon)

กลุ่มผู้ประท้วงต่างตะโกน “มาครง ลาออก” และมีข้อความติดอยู่ที่ด้านหลังของเสื้อกั๊กสีเหลืองสะท้อนแสงที่มีใจความว่า “คืนอำนาจการซื้อมาให้กับพวกเรา”

โดยหนึ่งในผู้ประท้วงที่ได้เข้าร่วม เวโรนีค เลสทราด( Veronique Lestrade) แสดงความเห็นกับรอยเตอร์จากย่านชานกรุงปารีสว่า “มีภาษีมากเกินไปในฝรั่งเศส” โดยผู้ประท้วงรายนี้ชี้ว่า ครอบครัวของเธอต้องพยายามอย่างหนักในการที่จะมีท้องอิ่มในแต่ละวัน

รอยเตอร์ชี้ว่า ภาษีพลังงาน ภาษียาสูบ รวมไปถึงการขึ้นการจ่ายประกันสังคมของมาครงก่อนที่การลดภาษีตัวอื่นๆจะมีผลบังคับใช้ทำให้ชาวน้ำหอมรู้สึกว่า เหมือนชีวิตถูกบีบอย่างหนัก

ซึ่งสาเหตุการขึ้นภาษีน้ำมันของทางการฝรั่งเศสเพื่อจูงใจให้บรรดานักขับหันไปใช้รถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น โดยมาตรการขึ้นภาษีพลังงานนี้ถูกอนุมัติเมื่อปลายปี 2017 แต่เริ่มส่งผลร้ายเมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้มีบางส่วนของฝรั่งเศสไม่พอใจจากการที่ต้องพึ่งพาการขับรถเพื่อไปทำงานในแต่ละวัน

และถึงแม้จะมีการประกาศในวันพุธ(14) จากระดับรัฐมนตรีหลายคนถึงมาตรการช่วยนักขับรายได้น้อย แต่มาครงยังคงยืนยันเสียงแข็งที่จะยังคงบังคับใช้นโยบายพลังงานของเขาต่อไป

พบว่าในเดือนนี้ราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวต่ำลง แต่ทว่ากลุ่มผู้ประท้วงเมื่อวานนี้(17)ยังคงแสดงความไม่พอใจในเรื่องอื่นๆ ถือเป้นการทดสอบของผู้นำฝรั่งเศสในการเลือกตั้งสภายุโรปที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมปีหน้า

โดมินีค จูเวต์ (Dominique Jouvert ) วัย 63 ปี เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งปัจจุบันเกษียณอายุ หนึ่งในผู้แสดงความไม่เห็นด้วยต่อนโยบายของประธานาธิบดีฝรั่งเศสแสดงความเห็นว่า “ผมมีความสุขมากที่ลงคะแนนให้มาครงในปี 2017 แต่เขาทำกับพวกเราเหมือนกับมันช่างหน้าตลกขบขัน และเสริมต่อว่า “ไม่การพูดจาอะไรทั้งนั้นกับเขา ไม่มีการเจรจา เขามันช่างเย่อหยิ่ง” และชี้ว่า “แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือผมจะไม่ลงคะแนนให้เขาอีก”

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

Facebook Comments