ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงไม่หยุด ล่าสุดทรุดกว่า 350 จุด บ่งชี้วอลล์สตรีทดิ่งคืนนี้

ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าร่วงลงต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุดทรุดตัวลงกว่า 350 จุด บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะดิ่งลงในคืนนี้ ขณะที่นักลงทุนผิดหวังต่อการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

0
701
An electronic board displays stock information at the Australian Securities Exchange, operated by ASX Ltd., in Sydney, Australia, on Tuesday, Feb. 6, 2018. Global equity markets are in retreat after Wall Street losses that began in the final session of last week worsened on Monday, with the Dow Jones Industrial Average posting its biggest intraday point drop in history. Photgrapher: Brendon Thorne/Bloomberg via Getty Images

ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าร่วงลงต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุดทรุดตัวลงกว่า 350 จุด บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะดิ่งลงในคืนนี้ ขณะที่นักลงทุนผิดหวังต่อการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากกลุ่มเทคโนโลยี โดยหุ้นในกลุ่ม FAANG (เฟซบุ๊ก แอปเปิล อเมซอน เน็ตฟลิกซ์ และอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล) ต่างปรับตัวลงในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวอลล์สตรีทในคืนนี้

ณ เวลา 21.15 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าลบ 351 จุด หรือ 1.40% สู่ระดับ 24,678 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลงเกือบ 400 จุดเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นแอปเปิล และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากบริษัทแอปเปิล อิงค์ ปรับลดคำสั่งผลิต iPhone ใหม่ทั้ง 3 รุ่นที่เพิ่งมีการเปิดตัวในเดือนก.ย. นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐยืนยันว่า สหรัฐจะไม่เปลี่ยนแปลงมาตรการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน




ราคาหุ้นทาร์เก็ต ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ ดิ่งลงกว่า 7% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวอลล์สตรีทในคืนนี้ หลังจากที่บริษัทเปิดเผยรายได้สูงกว่าคาดในไตรมาส 3 แต่กำไรและยอดขายต่ำกว่าคาด

ทั้งนี้ ทาร์เก็ตระบุว่า บริษัทมีรายได้ที่ระดับ 1.782 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.780 หมื่นล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี บริษัทมีกำไรที่ระดับ 1.09 ดอลลาร์/หุ้น ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.12 ดอลลาร์/หุ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น 5.1% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.2%
โกลด์แมน แซคส์ประกาศปรับลดราคาเป้าหมายของบริษัทแอปเปิล อิงค์ พร้อมกับเตือนว่า อุปสงค์ที่อ่อนแอของผลิตภัณฑ์แอปเปิล ซึ่งรวมถึง iPhone XR ในจีนและตลาดเกิดใหม่ และการแข็งค่าของดอลลาร์ จะเป็นปัจจัยสกัดราคาหุ้นแอปเปิลไม่สามารถปรับตัวขึ้นไปจนถึงปีหน้า

ทั้งนี้ โกลด์แมน แซคส์ปรับลดราคาเป้าหมายของแอปเปิลสู่ระดับ 182 ดอลลาร์ จากเดิมที่ระดับ 209 ดอลลาร์ ซึ่งบ่งชี้ถึงการปรับตัวลง 2% ในปีหน้า อย่างไรก็ดี ทางบริษัทยังคงอันดับความน่าลงทุนของแอปเปิลที่ neutral

ก่อนหน้านี้ แอปเปิลได้รายงานยอดขาย iPhone ที่ต่ำกว่าคาด และคาดการณ์รายได้ที่น่าผิดหวัง นอกจากนี้ แอปเปิลยังประกาศว่าจะยุติการแจ้งยอดขายจำนวน iPhone, iPad และ Mac โดยเริ่มตั้งแต่ไตรมาสถัดไป ซึ่งสร้างความประหลาดใจต่อนักลงทุน

นักวิเคราะห์เตือนว่า การที่แอปเปิลประกาศเปลี่ยนแปลงรูปแบบการรายงานผลประกอบการดังกล่าว เป็นการแสดงว่าบริษัทอาจต้องการปกปิดบางสิ่งบางอย่าง ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ระบุว่า สิ่งนี้เป็นการส่งสัญญาณว่าแอปเปิลกำลังคาดการณ์ยอดขาย iPhone ที่ตกต่ำลงในอนาคต

และกลยุทธ์ในการออก iPhone รุ่นที่มีราคาแพงเพื่อหวังชดเชยกับการลดลงของจำนวนเครื่องที่จำหน่ายได้นั้น จะไม่ประสบความสำเร็จ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โกลด์แมน แซคส์ได้ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การผลิต iPhone ของแอปเปิลในปีหน้า โดยลดลง 6% จากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ หลังจากที่บริษัทลูเมนตัม ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ของแอปเปิล ได้ปรับลดแนวโน้มผลประกอบการ

“เรามีความกังวลว่าความต้องการ iPhone รุ่นใหม่จะทรุดตัวลง” โกลด์แมน แซคส์ระบุในรายงาน
นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ได้ออกรายงานทิศทางการลงทุนประจำปี 2562 ในวันนี้ โดยแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มการถือครองเงินสด ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นมีความเสี่ยงสูง และให้ผลตอบแทนไม่มากนัก ท่ามกลางแรงกดดันจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ทั้งนี้ โกลด์แมน แซคส์แนะนำให้นักลงทุนทั่วไป, กองทุนรวม และกองทุนบำนาญเพิ่มการถือครองเงินสด โดยเงินสดจะเป็นสินทรัพย์ที่สามารถแข่งขันกับหุ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ยังแนะนำให้นักลงทุนซื้อหุ้น defensive ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มปลอดภัย มีปัจจัยพื้นฐานดี และราคาปรับตัวไม่หวือหวา ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ

โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า ดัชนี S&P 500 จะปรับตัวขึ้นเพียง 5% แตะระดับ 3,000 ในปลายปีหน้า ขณะที่ตลาดหุ้นให้ผลตอบแทน 7%
ขณะเดียวกัน โกลด์แมน แซคส์เตือนว่า หากสหรัฐเดินหน้าเพิ่มการจัดเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนเป็น 25% ในปีหน้า ก็จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อผลประกอบการของบริษัทสหรัฐ โดยจะฉุดการขยายตัวของกำไรบริษัท

แม้ว่าโกลด์แมน แซคส์เชื่อว่าตลาดหุ้นจะยังคงอยู่ในภาวะกระทิงในปีหน้า แต่ก็จะแกว่งตัวมากขึ้น ขณะที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐในปี 2563

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq18/2917959

Facebook Comments