เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงชัดเจน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม-ยอดขายปลีก โตต่ำกว่าคาด

0
348

 เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงชัดเจน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม-ยอดขายปลีก โตต่ำกว่าคาด – เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณชะลอตัวชัดเจน ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐ อัตราผลผลิตในภาคอุตสาหกรรมและยอดขายปลีกในเดือนพฤศจิกายนโตต่ำกว่าคาด ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวลง โดยเกิดความกังวลขึ้นมาใหม่ว่าเศรษฐกิจใหญ่สุดในเอเชียจะชะลอตัวลงอย่างรุนแรง

สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน เปิดเผยว่า อัตราผลผลิตในภาคอุตสาหกรรมของเดือนพฤศจิกายนโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 5.4% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในรอบเกือบสามปี แต่สอดคล้องกับอัตราการเติบโตในเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2559 และตัวเลขนี้ยังต่ำกว่า 5.9% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ขณะเดียวกัน ยอดขายปลีกโตเพิ่มขึ้น 8.1% ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2546 ขณะที่ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 8.8% นอกจากนี้ยังลดลงจากเดือนตุลาคม ซึ่งโต 8.6%

อย่างไรก็ดี การลงทุนในสินทรัพย์คงที่ (FAI) โตขึ้น 5.9% ในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน สูงกว่า 5.8% ที่นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ไว้ และเทียบกับที่โต 5.7% ในช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม

ได้มีการจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของจีนอย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ แต่ถึงแม้ว่ามีความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐมากขึ้น ข้อมูลของจีนชี้ว่าเศรษฐกิจได้โตอย่างน่าประหลาดใจเป็นส่วนใหญ่ในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคผลิตได้โตขึ้นเนื่องจากผู้ส่งออกเร่งส่งสินค้าก่อนที่จะถึงเส้นตายในการเก็บภาษี

ซู ตรินห์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์อัตราแลกเปลี่ยนในเอเชียของอาร์บีซี แคปิตอล มาร์เก็ตส์ กล่าวว่า ข้อมูลจีนที่ซบเซาลงในเดือนพฤศจิกายนชี้ว่า ผลกระทบในทางบวกจากการส่งสินค้าล่วงหน้าก่อนที่สหรัฐจะเก็บภาษี ได้เริ่มลดลงแล้วและแรงกดดันต่อเศรษฐกิจจีนกำลังเพิ่มมากขึ้น แต่สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดยังไม่มาถึงและผู้กำหนดนโยบายของจีนจะมีความกังวลมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภคโตลดลงอย่างรุนแรง

ยอดขายรถยนต์ของจีนก็ลดลงจากปีก่อนหน้าอย่างรุนแรง 10% ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ชี้ว่ายอดขายลดลง 14% ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งถือว่าลดลงลึกสุดในรอบเกือบ 7 ปีในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนเปิดเผยว่า การนำเข้าและส่งออกของจีนลดลงมากกว่าที่คาด ซึ่งสะท้อนว่าดีมานด์ทั่วโลกชะลอตัวลงและกิจกรรมของโรงงานภายในประเทศลดลงเมื่อส่วนต่างกำไรแคบลง

หลังจากที่การเติบโตของจีนต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินโลก ผู้กำหนดนโยบายของจีนกำลังเพิ่มการใช้จ่าย ผลักดันให้ธนาคารเพิ่มการปล่อยกู้และลดภาษีเพื่อฟื้นฟูธุรกิจและยับยั้งไม่ให้ชะลอตัวลงไปมากกว่านี้

เหมา ซี่ โฆษกสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า ตัวเลขของเดือนพฤศจิกายนชี้ว่า แรงกดดันในด้านลบต่อเศรษฐกิจกำลังเพิ่มขึ้น แต่จีนจะโตตามเป้าในปีนี้ที่ประมาณ 6.5%

ตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวลงในวันศุกร์ที่ผ่านมาหลังจากจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจ โดยทำให้เกิดความกังวลขึ้นมาใหม่ว่าเศรษฐกิจใหญ่สุดในเอเชียจะชะลอตัวลงอย่างรุนแรง ขณะเดียวกัน หุ้นจีนก็ปรับตัวลงส่วนค่าเงินหยวนอ่อนตัวลงเล็กน้อย

แม้ว่าการพักรบเป็นเวลา 90 วันของสหรัฐและจีนเมื่อต้นเดือนนี้ อาจได้ช่วยขจัดแรงกดดันที่จะมีขึ้นโดยทันทีต่อเศรษฐกิจจีนได้ แต่โฆษกสำนักงานสถิติเตือนว่าจีนจะเจอกับความไม่แน่นอน “จากภายนอก” มากขึ้นในปีหน้า ซึ่งมีความจำเป็นมากขึ้นที่รัฐบาลปักกิ่งจะต้องคลี่คลายข้อพิพาททางภาษีกับสหรัฐมีการมองกันว่าแรงส่งที่ลดลงของเศรษฐกิจจีนจะทำให้ธนาคารกลางจีนคงนโยบายเงินที่ผ่อนคลายต่อไป ซึ่งในปีนี้ธนาคารกลางจีนได้ลดเกณฑ์กันสำรองเงินทุนของธนาคารลงถึง 4 ครั้ง

ยี่ กัง ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน ได้กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ควรจะทำให้ภาวะการเงินค่อนข้างผ่อนคลายแต่ต้องไม่หลวมจนเกินไป

ตั้ง เจี้ยนเหว่ย นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของแบงก์ ออฟ คอมมิวนิเคชั่นส์ กล่าวว่า ยังมีความเป็นไปได้ที่จีนจะลดเกณฑ์กันสำรองเงินทุน แต่ยังไม่จำเป็นต้องลดดอกเบี้ยในขณะนี้

Source: ข่าวหุ้น

Facebook Comments