ตลาดเกิดใหม่จะฟื้นตัวมากสุดในปีนี้ กองทุนสหรัฐคาดหุ้นไทย อินเดีย เปรู และบราซิล เด่นสุด

0
654

ตลาดเกิดใหม่จะฟื้นตัวมากสุดในปีนี้ กองทุนสหรัฐคาดหุ้นไทย อินเดีย เปรู และบราซิล เด่นสุด – ผู้จัดการกองทุนสหรัฐ คาด สินทรัพย์ตลาดเกิดใหม่อาจจะฟื้นตัวมากที่สุดในปีนี้ หลังจากที่หุ้นในตลาดเกิดใหม่นำตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงอย่างรุนแรงในปี 2561 ชี้การประเมินมูลค่าน่าสนใจ มูลค่าเงินดอลลาร์น่าจะลดลง ซึ่งจะช่วยเร่งการเติบโตของเศรษฐกิจเกิดใหม่ คาดหุ้นไทย อินเดีย เปรู และบราซิล จะโดดเด่นกว่าดัชนีมาตรฐานตลาดเกิดใหม่ ซึ่งมีหุ้นจีนครอบงำอยู่

แม้ว่าการฟื้นตัวในตลาดเกิดใหม่อาจยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในขณะนี้ เมื่อคำนึงถึงว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนได้ทำให้แอปเปิล อิงก์ ลดประมาณการรายได้ไตรมาสสี่เป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษในวันพุธที่ผ่านมา แต่ผู้จัดการกองทุนหลายแห่ง ตั้งแต่เวสต์วูด โฮลดิ้งส์ กรุ๊ป, จีเอ็มโอ, ที.โรเว ไพรซ์ และคอสเวย์ แคปิตอล แมเนจเมนต์ เป็นผู้จัดการกองทุนที่กำลังคาดการณ์ว่า หุ้นในตลาดเกิดใหม่จะดีดตัวมากในปี 2562 เนื่องจากการประเมินมูลค่าน่าสนใจ มูลค่าเงินดอลลาร์น่าจะลดลงซึ่งจะช่วยเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ในขณะที่จีนต้องรับผลกระทบจากการเก็บภาษีการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้จัดการกองทุนหลายแห่งกำลังคาดการณ์ว่าหุ้นในประเทศไทย อินเดีย เปรู และบราซิล จะมีผลงานดีกว่าดัชนีมาตรฐานของตลาดเกิดใหม่ ซึ่งครอบงำโดยหุ้นจีนอยู่

เซบาสเตียน เพจ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรสินทรัพย์ของ ที.โรวี ไพรซ์ คาดว่า ตลาดเกิดใหม่จะโดดเด่นในปีหน้า เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยและหยุดหนุนดอลลาร์ และเมื่อสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว สินทรัพย์ที่มีมูลค่าต่ำกว่าจริงสามารถฟื้นตัวกลับมาได้เร็วที่สุด

ตลาดเกิดใหม่ได้อยู่ในแดนตลาดภาวะหมีมาตั้งแต่เดือนกันยายน โดยได้ปรับตัวลงนาน 4 เดือนจนส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นสหรัฐในเดือนธันวาคม จากข้อมูลของเน็ด เดวิส รีเสิร์ช ตลาดภาวะหมีในตลาดเกิดใหม่เฉลี่ยแล้วกินเวลานาน 220 วัน และปรับตัวลง 32.4% หรือมากกว่าประมาณ 7% เมื่อเทียบกับการปรับตัวลง 25% ของดัชนีตลาดเกิดใหม่เอ็มเอสซีไอนับตั้งแต่ดัชนีใกล้ทำสถิติสูงสุดในเดือนมกราคมที่แล้ว

ในขณะที่ตลาดเกิดใหม่เริ่มต้นปีนี้ด้วยการปรับตัวลงอีกประมาณ 1.7% ในช่วงสองวันแรกของการซื้อขายในปีนี้ ผู้จัดการกองทุนกำลังคาดการณ์มากขึ้นว่าหุ้นในประเทศที่ถูกทุบหนักสุดจะฟื้นตัวมากที่สุดและเมื่อตลาดหุ้นเริ่มเข้าสู่ภาวะกระทิงทั่วโลกอีกครั้ง

แพทริเซีย เปเรซ-คุตส์ ผู้จัดการพอร์ตลงทุนของกองทุน เวสต์วูด อีเมิร์จจิ้ง มาร์เก็ตส์ กล่าวว่า มีมุมมองในด้านบวกในช่วงนี้ของปีนี้มากกว่าปีที่แล้ว เพราะมีโอกาสมากที่จะเพิ่มการลงทุนในบริษัทประกันและธนาคารที่มีคุณภาพสูง โดยเธอได้ลงทุนเพิ่มในแอฟริกาใต้ ไทย และเปรู

ในทางกลับกัน เปเรซ-คุตส์ได้ลดน้ำหนักการลงทุนในจีนตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะเริ่มกลับไปช้อนซื้อหุ้นบริษัทอี-คอมเมิร์ซ และเกมที่ได้ปรับตัวลงไปมากอีกครั้ง โดยกล่าวว่า แม้ว่าเศรษฐกิจจีนโดยรวมไม่แข็งแกร่งเหมือนปีที่ผ่านมาแต่ยังมีภาคที่โตอย่างแข็งแกร่ง

โจ กุบเลอร์ ผู้จัดการพอร์ตเชิงปริมาณของคอสเวย์ แคปิตอล แมเนจเมนต์ กล่าวว่า ตลาดเกิดใหม่ยังมีโอกาสที่น่าสนใจ อัตราส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) ล่วงหน้าอยู่ที่ประมาณ 10 เท่า แม้ว่าหลังจากที่การปรับตัวลงของตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้ทำให้ค่าพีอีของดัชนีเอสแอนด์พี 500 ต่ำกว่า 15 เท่าเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบประมาณ 5 ปี ผลที่ตามมาคือเขาได้เพิ่มการลงทุนในบริษัทสมอลแคปในอินเดียและบริษัทพลังงานที่ได้เจอแรงเทขายมากเมื่อราคาน้ำมันปรับตัวลง นอกจากนี้ยังได้เพิ่มน้ำหนักลงทุนในบริษัทที่อาจได้ประโยชน์ หากการเจรจาการค้าทั่วโลกประสบความสำเร็จ

Facebook Comments