ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัว บ่งชี้วอลล์สตรีทปรับตัวขึ้น ขานรับตัวเลขจ้างงานแข็งแกร่ง

0
654
An electronic board displays stock information at the Australian Securities Exchange, operated by ASX Ltd., in Sydney, Australia, on Tuesday, Feb. 6, 2018. Global equity markets are in retreat after Wall Street losses that began in the final session of last week worsened on Monday, with the Dow Jones Industrial Average posting its biggest intraday point drop in history. Photgrapher: Brendon Thorne/Bloomberg via Getty Images

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะปรับตัวขึ้นในคืนนี้ ขานรับตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ
ณ เวลา 21.00 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก 58 จุด หรือ 0.23% สู่ระดับ 25,034 จุด หลังจากขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐ

กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนม.ค. โดยเพิ่มขึ้น 304,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 170,000 ตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานดีดตัวสู่ระดับ 4.0% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะทรงตัวที่ระดับ 3.9%

ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 3 เซนต์ หรือ 0.1% ในเดือนม.ค. โดยต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 0.3% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนธ.ค.

เมื่อเทียบรายปี ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานทรงตัวที่ระดับ 3.2% ในเดือนม.ค.
ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ
กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้ทบทวนปรับเพิ่มตัวเลขการจ้างงานในเดือนพ.ย. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 196,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 176,000 ตำแหน่ง และทบทวนปรับลดตัวเลขจ้างงานในเดือนธ.ค. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 222,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 312,000 ตำแหน่ง

กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่าในเดือนม.ค. ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 296,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาครัฐจ้างงานเพิ่มขึ้น 8,000 ตำแหน่ง
ส่วนตัวเลขอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานของสหรัฐ ซึ่งแสดงสัดส่วนของกำลังแรงงานต่อจำนวนประชากรทั้งหมด เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 63.2%
เมื่อพิจารณาทั้งปี 2561 สหรัฐมีการจ้างงานนอกภาคเกษตรรวม 2.6 ล้านตำแหน่ง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2558 และสูงกว่าระดับ 2.2 ล้านตำแหน่งในปี 2560 ขณะที่มีการจ้างงานเฉลี่ยรายเดือนที่ระดับ 223,000 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยทางการจีนได้เผยแพร่แถลงการณ์ หลังเสร็จสิ้นการเจรจาการค้าระหว่างคณะผู้แทนจีนและสหรัฐว่า “การเจรจาการค้ารอบล่าสุดระหว่างจีนและสหรัฐ มีความคืบหน้าในประเด็นสำคัญ โดยทั้งสองฝ่ายได้เจรจากันอย่างตรงไปตรงมา เฉพาะเจาะจง และมีผลลัพธ์ที่ดี”

แถลงการณ์ระบุว่า จีนตกลงจะนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร, พลังงาน รวมทั้งบริการและสินค้าอุตสาหกรรมจากสหรัฐเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการถ่ายทอดเทคโนโลยี

ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนยันว่า ตนและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะพบปะกันในเดือนนี้เพื่อให้มีการบรรลุข้อตกลงทางการค้า
แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนกำลังหารือกันเกี่ยวกับการจัดการประชุมระหว่างปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง ซึ่งอาจมีขึ้นในปลายเดือนนี้

การประชุมดังกล่าวระหว่างผู้นำสหรัฐและผู้นำจีนจะมีขึ้น หลังจากการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.ทรัมป์และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนนี้เช่นกัน

ทั้งนี้ การประชุมระหว่างปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิงในเดือนนี้ ถือว่ามีความสำคัญต่อการเจรจาแก้ไขความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน เนื่องจากหากทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าก่อนวันที่ 1 มี.ค. ปธน.ทรัมป์ก็จะเดินหน้าเพิ่มการเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากเดิม 10% ในขณะนี้

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq18/2948778

Facebook Comments