ดาวโจนส์ร่วงไม่หยุด ล่าสุดดิ่งกว่า 300 จุด หลุด 26,000 จุด ผิดหวังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

0
764

ดัชนีดาวโจนส์ยังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุดดิ่งลงกว่า 300 จุด หลุดระดับ 26,000 จุด หลังมีรายงานว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐร่วงลงในเดือนธ.ค. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์เพิ่มขึ้น

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในช่วงแรก ขานรับความหวังที่ว่า สหรัฐและจีนใกล้บรรลุข้อตกลงทางการค้า
ณ เวลา 23.59 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 25,720.33 จุด ลบ 305.99 จุด หรือ 1.18%
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างร่วงลง 0.6% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนพ.ย.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค.
Ads by AdAsia
You can close Ad in 3 s
การร่วงลงของการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ดีดตัวขึ้น, วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่มีราคาแพง รวมทั้งการขาดแคลนที่ดิน และแรงงาน

เมื่อพิจารณาทั้งปี 2561 การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐเพิ่มขึ้น 4.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2554
นายเควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ (USTR) ประสบความคืบหน้าในการเจรจาการค้ากับจีน โดยสหรัฐและจีนอาจบรรลุข้อตกลงทางการค้า

“ผมคิดว่าคุณไลท์ไฮเซอร์ประสบความคืบหน้าอย่างมาก และเราอาจบรรลุข้อตกลงในการเจรจาที่จีน” นายแฮสเซตต์กล่าว
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า สหรัฐอาจยกเลิกมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าเกือบทุกรายการที่ได้บังคับใช้กับจีนตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยคาดว่าผู้นำของทั้งสองประเทศอาจจะบรรลุข้อตกลงการค้าอย่างสมบูรณ์ในการประชุมวันที่ 27 มี.ค.นี้

วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า สหรัฐและจีน “อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการทำข้อตกลงการค้า” โดยจีนเสนอที่จะปรับลดภาษีนำเข้า และผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการนำเข้าสินค้าเกษตร เคมีภัณฑ์ รถยนต์ และสินค้าอื่นๆจากสหรัฐ

นายพอล ฮิคคีย์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท บีสโปค กล่าวว่า สถิติที่ผ่านมาบ่งชี้ว่าตลาดหุ้นมักปรับตัวขึ้นในเดือนมี.ค. โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 2.39% ในเดือนมี.ค.ระหว่างปี 2552-2561

“ตลาดหุ้นมีแนวโน้มทรงตัวในช่วงต้นเดือน ก่อนที่จะพุ่งขึ้นในช่วงกลางเดือน” นายฮิคคีย์กล่าว
“ถ้าดัชนี S&P 500 ทะยานขึ้นมากกว่า 10% ในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ดัชนีก็ดีดตัวขึ้นในเดือนมี.ค.เป็นจำนวน 5 ใน 6 ครั้งที่เกิดปรากฎการณ์ดังกล่าว” เขากล่าว

นายฮิคคีย์ยังระบุว่า เดือนมี.ค.- เม.ย.มักเป็นช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นปรับตัวแข็งแกร่งที่สุดของปี
ทั้งนี้ ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นเกือบ 12% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ และทะยานขึ้นมากกว่า 19% นับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq18/2962759

Facebook Comments